gregorygorgeous.com

สุขภาพอนามัย หลักโภชนาการที่ดี

  • อาหารเพื่อสุขภาพ เค้ก เบเกอรี่

  • ท่องเที่ยวทั่วโลก

สถานที่เที่ยวในเมืองย่างกุ้ง

myanmar-0030

วันนี้ทัวร์พม่า จะพาคุณไปเที่ยวชมความสวยงามและช้อปปิ้งแบบสบายๆที่เมืองหลวงเก่าอย่างเมืองย่างกุ้ง  ถ้าเป็นสมัยก่อนทัวร์พม่าเองยังเข้าใจว่าทำไมจึงชื่อเมืองว่าย่างกุ้ง หรือว่าเป็นเมืองที่อยู่ติดกับทะเลแล้วสามารถจับหากุ้งมาย่างกินได้  ซึ่งก็เป็นความคิดแบบเด็กๆ จวบจนเติบโตและได้ศึกษาหาความรู้ทำให้ทีมท่องเที่ยวพม่า รู้จักเมืองย่างกุ้งมากยิ่งขึ้น เพราะเมืองนี้บอกตามตรงว่าไม่ธรรมดาและปัจจุบันนี้ได้พัฒนามากขึ้น  ถ้าอยากรู้ว่าเมืองย่างกุ้งพัฒนาอย่างไรก็ไปติดตามกันเลยจ้ะ
นานมาแล้วที่เมืองย่างกุ้ง ติดอยู่ในมิติของกาลเวลาที่บิดเบือนเลือนลาง เมืองโบราณแห่งนี้เคยอบอวลไปด้วยไอร้อน ฝุ่นผงธุลีดิน และสรรพสำเนียงเสียงเซ็งแซ่ ไม่มีอาคารสูงระฟ้า มีแต่ตึกรามเก่าๆ ที่ชาวอังกฤษสร้างไว้ บนท้องถนนก็มีแต่รถประจำทางที่แน่นขนัด แท็กซี่รุ่นคุณปู่ และสามล้อที่เก่าจวนจะพังมิพังแหล่แต่ช่วงไม่กี่ปีสุดท้ายของศตวรรษที่ 20 ย่างกุ้งได้พลิกเปลี่ยนโฉมหน้าไปเมื่อนักลงทุนจากต่างประเทศเพื่อนบ้านทยอยกันเข้ามาไม่ขาดสาย รถรุ่นคุณปู่ต้องหลีกทางให้รถญี่ปุ่นรุ่นใหม่สีมันวับ แท็กซี่รุ่นเก่าที่เคยวิ่งโคลงเคลงอยู่ตามท้องถนนถูกแทนที่ด้วยแท็กซี่รุ่นใหม่ ส่วนใหญ่เป็นรถยี่ห้อ มาสด้ากับซูบารุ ตึกรามอันเก่าแก่ทรุดโทรมถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างโรงแรมกับอาคารสำนักงานที่สูงระฟ้าขึ้นมาแทนที่แต่นั่นไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของย่างกุ้งลดน้อยถอยลงในสายตาของนักท่องเที่ยว พาหนะที่ทันสมัยช่วยให้เดินทางได้สะดวกสบายขึ้น และถึงแม้ว่าจะมีตึกสูงขึ้นแซมอยู่กับหมู่โบราณสถาน แต่วิถีชีวิตของผู้คนกลับเปลี่ยนแปลงไปน้อยกว่า เราจึงสามารถนั่งแท็กซี่ไปเยือนชุมชนโปรตุเกสเก่าที่ตั่นหลินได้โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที แทนที่จะนั่งเรือเป็นครึ่งค่อนวันและตั่นหลินก็ยังคงเป็นเมืองที่เงียบสงบซ่อนเหตุวุ่นวายในประวัติศาสตร์ไว้เบื้องหลังซากโบถส์ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป พระบรมธาตุชเวดากอง(SHWEDAGON PAGODA) พระมหาเจดีย์ทองคำที่งดงามตั้ง เด่นเป็นสง่าอยู่ใจกลางเมืองย่างกุ้ง มีความสูงประมาณ 109 เมตร ประดิษฐานอยู่บนเนินดินที่ชื่อ “SINGUTTARA” ซึ่งมีลานรูปสี่เหลี่ยมและเป็นเนินที่สูงที่สุดในเขตปริมณฑลเมืองย่างกุ้งมีความยาว โดยรอบ ประมาณ 473 เมตร รอบฐานพระมหาเจดีย์รายล้อมไปด้วยเจดีย์องค์เล็กๆ อีกร้อยองค์ มีซุ้มประตูสี่ด้านยอดฉัตรองค์พระมหาเจดีย์ประกอบด้วยเพชรและพลอยมากมาย นับเป็นงานถาปัตยกรรมฝีมือช่างพม่าที่งดงามหาที่เปรียบมิได้ สันนิษฐานว่าเริ่มก่อสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยพุทธศตวรรษแรกๆ เชื่อกันว่าภายในองค์พระมหาเจดีย์ได้บรรจุเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้าจำนวน 8 เส้น พระมหาเจดีย์นี้ยังคงฐานะของพุทธสถานอันเป็นที่พึ่งทางใจของคนพม่าในทุกชั้นวรรณะทุกเพศทุกวัย
•    พระเจดีย์สุเล (Sule Pagoda) องค์พระเจดีย์สูงถึง 157 ฟุต ศาสนสถานหลักใจกลางกรุงย่างกุ้ง สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ สุเลนัต หนึ่งในสี่นัตที่เกี่ยวข้องกับตำนานของพระมหาเจดีย์ชเวดากอง
•    พระเจดีย์โบตะตอง ซึ่งเป็นเจดีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อรับพระเกศาธาตุก่อนที่นำไปบรรจุในพระเจดีย์ชเวดากอง เมื่อพระเกศาธาตุได้ถูกอัญเชิญขึ้นจากเรือ ได้นำมาประดิษฐานไว้ที่พระเจดีย์โบตะตองแห่งนี้ก่อน พระเจดีย์แห่งนี้ได้ถูก ทำลายในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 และได้รับการปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ โดยมีความแตกต่างกับ พระเจดีย์ทั่วไปคือ ออกแบบให้ใต้ฐานพระเจดีย์มีโครงสร้างโปร่งให้คนเดินเข้าไปภายในได้ โดยอัญเชิญพระบรมธาตุไว้ในผอบทองคำให้ผู้คนได้เข้ามากราบไหว้มองเห็นได้ชัดเจน ส่วนผนังใต้ฐานเจดีย์ได้นำทองคำและของมีค่าต่างๆ ที่มีพุทธศาสนิกชนชาวพม่านำมาถวายแก่องค์พระเจดีย์ มาจัดแสดงไว้
•    พระพุทธไสยาสน์เชาตาจี – พระพุทธไสยาสน์เชาตาจีแห่งเมืองย่างกุ้ง พระพุทธรูปองค์นี้ มีลักษณะพิเศษคือ ที่บริเวณพระบาทมีภาพวาดรูปสรรพสิ่ง อันล้วนเป็นมิ่งมงคลสูงสุด เพราะประกอบด้วย ลายลักษณธรรมจักร ข้างละองค์ ในบริเวณใจกลางฝ่าพระบาท และล้อมด้วย รูปอัฏฐุตรสตกตมงคล 108 ประการ
•    ตลาดโป๊ะโยค หรือ “สก๊อตมาร์เก็ต” ซึ่งตลาดแห่งนี้ท่านสามารถเลือกซื้อของฝากญาติมิตรได้นานาชนิดเป็นต้นว่า เครื่องเงิน, เครื่องเขิน, ไม้แกะสลักพระพุทธรูปเทวรูปที่ทำด้วยไม้จันทน์, เครื่องแกะสลัก, เครื่องลงรักปิดทองต่างๆ, ถ้วยชามกังไสจีนโบราณ, โคมไฟแก้ว และแจกันเจียระไนโบราณ, นาฬิกาข้อมือเก่า, ผ้าไหมลายต่างๆ ไปจนถึงบรรดาว่านต่างๆเช่น ว่านหงสาวดี ภาพ วาดสีน้ำมันรูปทิวทัศน์ของพม่า ฯลฯ หงสาวดี หรือ Bago

รู้จักวัฒนธรรมอินเดีย

india-025

ปิดท้ายบทความชุดโปรแกรมทัวร์อินเดียในเฟสแรกนี้กันด้วยเรื่องราวแปลกๆ อันเป็นวัฒนธรรมท้องถิ่นของชาวอินเดียกันบ้างดีกว่าครับซึ่งเจ้าวัฒนธรรมแปลกๆ ของชาวอินเดียนี้ผมเชื่อว่านักท่องเที่ยวที่มีโอกาสไปทัวร์อินเดียบ่อยๆ หรือพักอยู่ที่อินเดียเป็นช่วงระยะเวลานานๆ อาจจะเห็นภาพเหล่านี้จนชินชาและกลายเป็นเรื่องปกติไปในที่สุด

               เรื่องแรกสุดที่นักท่องเที่ยวที่ไปทัวร์อินเดียต้องผจญแทบทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไมได้ก็คือการหยุดรถให้วัวข้ามถนน ที่อินเดียนี้การหยุดรถให้วัวข้ามถือเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งโดยกฎหมายของที่นี่หากฝ่าฝืนแล้ววัวเกิดอันตรายคนขับรถมีความผิดครับรวมไปถึงการเฆี่ยนตีวัวในที่สาธารณะด้วยเพราะเนื่องจากชาวอินเดียนั้นเขาถือว่าวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ เป็นพาหนะของพระศิวะเจ้านั่นเอง

               เรื่องต่อมาคือประเพณีและธรรมเนียมการแต่งงาน ในบางพื้นที่ที่ยังไม่เจริญการแต่งงานของชายหญิงนั้นฝ่ายหญิงจะต้องเป็นผู้ไปสู่ขอฝ่ายชายรวมถึงออกค่าสินสอดให้ด้วยเพราะเนื่องจากว่าธรรมเนียมของอินเดียนั้นฝ่ายชายจะถือว่าเป็นผู้มีฐานะสูงศักดิ์กว่าฝ่ายหญิงดังนั้นฝ่ายหญิงจึงต้องปฏิบัติเลี้ยงดูฝ่ายชายรวมไปถึงก่อนนอนภรรยาต้องกราบเท้าสามีอีกด้วย

               ส่วนอีกเรื่องหนึ่งที่ฮอตฮิตไม่แพ้สองเรื่องแรกก็คือเรื่องราวของแม่น้ำคงคา ชาวอินเดียเชื่อว่าแม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำแห่งสวรรค์ แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ใครได้อาบดื่มกินแล้วจะมีบุญ ได้บุญ ตายไปก็ได้ขึ้นสวรรค์แต่ในความเป็นแล้วจริงแม่น้ำคงคาในวันนี้ล้วนเน่าเหม็นด้วยว่ามีสิ่งสกปรกมากมาย มีทั้งคนลงไปอาบน้ำ มีทั้งการนำศพลอยน้ำเพื่อส่งวิญญาณ ดังนั้นหากไกด์พาท่านไปเยือนแม่น้ำคงคาแล้วล่ะก็ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยงซะมิฉะนั้นท่านต้องจำใจดื่มกินน้ำในแม่น้ำแห่งนี้ตามธรรมเนียมอย่างแน่นอน

วังสุลต่านที่บาหลี

bali-030

ผ่านการทัวร์บาหลีที่เกี่ยวข้องกับวัดไปแล้วสามที่ไม่ทราบว่าเป็นที่ถูกอกถูกใจบรรดานักทัวร์เกาะบาหลีของผมกันบ้างหรือไม่ครับซึ่งหากเป็นที่ถูกใจแล้วล่ะก็ผมเชื่อว่าเรื่องที่ผมกำลังจะนำเสนอต่อไปนี้ย่อมต้องเป็นที่น่าสนใจยิ่งกว่าเพราะเท่าที่สังเกตดูหากนักท่องเที่ยวท่านใดที่ชอบในเรื่องของการทัวร์วัดก็มักที่จะชอบการทัวร์วังด้วยเช่นกันและในวันนี้ผมจะพาคนที่กำลังคิดจะไปทัวร์บาหลีด้วยตัวเองทุกท่านไปพบกับสถานที่แห่งนี้ครับ สถานที่ๆ เรียกกันว่า “วังสุลต่าน”

               วังสุลต่านหรือวังเมกะลังนั้นถือเป็นสิ่งก่อสร้างสำคัญที่มีความล้ำค่าอันประเมินไม่ได้ของบาหลีและประเทศอินโดนีเซียเพราะเป็นพระราชวังสำหรับพระมหากษัตริย์พระองค์แรกจนถึงองค์สุดท้ายของอินโดนีเซียนั่นเองครับ

               ณ วังสุลต่านแห่งนี้จะประกอบไปด้วยห้องต่างๆ ที่ประดับประดาด้วยความสวยงามเพื่อใช้เป็นที่พักและเป็นที่ต้อนรับอาคันตุกะของกษัตริย์และแขกของรัฐบาลในขณะนั้นส่วนในปัจจุบันได้มีการปรับเปลี่ยนให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เปิดให้คนทั่วไปได้รับชม

               นอกจากความสวยงามในด้านการตกแต่งแล้ว ที่วังสุลต่านนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่ใช้จริงในสมัยนั้นมาจัดแสดงไม่ว่าจะเป็นเครื่องราชบรรณาการต่างๆ เครื่องเงิน เครื่องทอง เครื่องเพชรพลอยรวมไปถึงบรรดาโบราณวัตถุล้ำค่าอันเป็นพระราชสมบัติของพระมหากษัตริย์ในยุคนั้นกว่า 12 รุ่นอีกด้วย

               วังสุลต่านแห่งนี้ปัจจุบันได้รับการอนุรักษ์จากรัฐบาลประเทศอินโดนีเซียให้คงสภาพดังเดิมไม่มีเปลี่ยนแปลงและมีโครงการที่จะขอขึ้นทะเบียนวังสุลต่านให้กลายเป็นมรดกโลกในเร็ววันนี้

ว่าด้วยเรื่องสถานทูต

lao-027

สำหรับบทความในตอนนี้ขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสถานเอกอัครราชทูตลาวให้ทุกท่านที่คิดจะไปทัวร์ลาวได้ได้รู้ข้อมูลเอาไว้เพื่อเป็นการประดับความรู้กันนะครับเพราะจริงอยู่ที่ว่าเราสามารถเดินทางข้ามเขตไปทัวร์ลาวในช่วงระยะเวลาสั้นๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องติดต่อกับสถานทูตลาวแต่อย่างใดแต่สมมติว่าในกรณีที่เกิดเหตุการณ์สำคัญๆ ที่จำเป็นต้องติดต่อจริงๆ ขึ้นมาเราจะได้รู้ว่าต้องติดต่ออะไร อย่างไร

               สำหรับที่ประเทศไทยนั้นสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทยนั้นตั้งอยู่ที่บริเวณซอยรามคำแหง 39 โดยมีหน้าการทำงานเกี่ยวข้องกับงานระหว่างประเทศของไทยกับลาวไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งคนเข้าเมือง การส่งคนกลับประเทศ งานเอกสารระหว่างประเทศรวมไปถึงงานคำร้องต่างๆ เช่นเดียวกันกับสถานทูตประเทศอื่นๆ นอกจากนี้สถานเอกอัครราชทูตลาวยังให้เป็นสถานที่ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับการไปเยือนหรือการไปท่องเที่ยวประเทศลาวอีกด้วย สำหรับคนที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมของสถานเอกอัครราชทูตลาวประจำประเทศไทยนั้นสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ 02-5397341, 02-5396667-8 ได้ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ในเวลาราชการหรือเข้าดุรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ http://www.bkklaoembassy.com

               คราวนี้ก็มาถึงบรรดาคนไทยที่ไปทัวร์ลาวกันบ้าง บางครั้งเราอาจมีเหตุฉุกเฉินที่จำเป็นที่จะต้องติดต่อกับสถานทูตไทยประจำประเทศลาวเพื่อทำธุระสำคัญอะไรบางอย่างดังนั้นการรู้จักสถานทูตไทยประจำประเทศลาวเอาไว้จึงเป็นเรื่องที่ดีไม่น้อยโดยสถานทูตไทยประจำประเทศลาวนั้นมีนิวาสถานตั้งอยู่ที่บริเวณถนนไกสอน พมวิหาน เมืองไซเสดถา นครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เบอร์โทรศัพท์ 007-856-21- 214581-3 หรือเข้าชมเว็บไซต์สถานที่ไทยประจำกรุงเวียงจันทน์ได้ที่ http://www.thaiembassy.org/vientiane ครับ

ข้อควรรู้เมื่อไปเนปาล

Nepal-01

ชาวเนปาลนั้นเป็นมิตรและมีอัธยาศัยดีนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไม่มีปัญหาในการปรับตัวมากนัก แต่ในขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวก็อาจประสบปัญหาในเรื่องเกี่ยวกับจารีตประเพณีและมารยาททางสังคมต่างๆซึ่งเป็นเรื่องปกติในการเข้ามาในที่ไม่คุ้นเคย เนปาลก็เป็นเหมือนประเทศอื่นที่มีวิถีในการดำรงชีวิตเป็นแบบฉบับของตนเอง ซึ่งอาจถือเป็นความแปลกสำหรับนักท่องเที่ยวในระดับที่แตกต่างกันไป จะเป็นการดีหากนักท่องเที่ยวได้เห็นวิถีชีวิตของชาวเนปาลและร่วมแบ่งปันประสบการณ์นั้นกับพวกเขาจึงควรทราบถึงคำแนะนำในการปฏิบัติตนในบางประการ ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวในเนปาลนั้นเต็มไปด้วยความรื่นเริงและคุ้มค่า  เราชาวทัวร์เนปาลจึงแบ่งบันข้อแนะนำบางประการในการเดินทางไปยังสถานที่ศักดิ์สิทธ์ต่างๆในเนปาล

 1. การเข้าชมวัดฮินดูหรือวัดพุทธ ควรจะถอดรองเท้าเพื่อแสดงถึงความเคารพต่อสถานที่ การใส่รองเท้าแตะนั้นจะให้ความสะดวกสบายในระหว่างการเยี่ยมชมวัดวาอารามและสถูปต่างๆเป็นอย่างมาก

 2. วัดบางแห่งอาจเป็นที่ต้องห้ามสำหรับผู้ที่ไม่ได้นับถือศาสนาฮินดู

 3. ผลิตภัณฑ์เครื่องหนังเป็นสิ่งต้องห้ามในการนำเข้าเขตวัดวาอาราม

 4. ไม่ควรแตะต้องสิ่งของหรือบุคคลที่กำลังเดินทางไปวัด

 5. เนื้อวัวเป็นสิ่งต้องห้ามในหมู่ชาวฮินดูและชาวพุทธ ห้ามกระทำการฆ่าสัตว์ตัวใดเป็นอาหาร

 6. การเดินรอบๆวัดหรือสถูปนั้นต้องกระทำโดยเวียนตามเข็มนาฬิกา

 7. โดยทั่วไปแล้วนักท่องเที่ยวสามารถถ่ายรูปวัด สถูป และอนุสาวรีย์ต่างๆได้แต่ทางที่ดีควรขออนุญาตก่อน

 8. การถ่ายรูปบุคคล นักบวช พิธีกรรมต่างๆ ควรขออนุญาตบุคคลหรือเจ้าของงานนั้นๆก่อน และไม่ควรใช้แฟลช เพราะนับเป็นการเสียมารยาท เนื่องจากจะทำให้เสียสมาธิโดยเฉพาะในระหว่างการประกอบพิธีกรรม

 ข้อแนะนำที่สำคัญอื่นๆ

 1. ระวังหน้าม้าที่อ้างตัวว่าเป็นพนักงานของบริษัทและเสนอการเดินป่าล่าสัตว์ในราคาถูก

 2. ควรใช้กล่องนิรภัยของทางโรงแรมในการเก็บสิ่งของมีค่า โดยไม่ทิ้งเงินสดและของมีค่าอื่นๆไว้ในห้องอย่างเปิดเผย

 3. มารยาทบนโต๊ะอาหารของเนปาลนั้นค่อนข้างแตกต่างจากที่อื่น ในบ้านชาวเนปาลดั่งเดิมนั้นจะต้องไม่มีการวางพวกจาน มีด ส้อม และช้อนวางไว้บนโต๊ะอาหาร ขณะรับประทานอาหาร ชาวเนปาลจะใช้มือขวา แต่ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สามารถใช้ช้อนส้อมได้เลย

 4. อาหารหรืออุปกรณ์ในการรับประทานอาหารใดๆ ที่ถูกสัมผัสหรือผ่านการใช้งานแล้วหรืออาหารที่ถูกน้ำลายกระเด็นใส่นั้นถือเป็น ชุนโถหมายความว่า ถูกเจือปนซึ่งคนที่ได้รับการเสนออาหารนั้นให้ได้รับความอับอายนอกจากนี้จานชามที่ใส่อาหารอยู่นั้นก็ไม่ควรนำมาใช้อีกจนกว่าจะได้รับการทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้ว

 สิ่งอำนวยความสะดวกและที่พัก

 ประเทศเนปาลนั้นมีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมทุกประเภท ตั้งแต่โรงแรม 5 ดาว ไปจนถึงโรงแรมทั่วไป  เขตป่าสงวนแห่งชาติก็มี  ในช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วงแนะนำให้จองที่พักล่วงหน้า เพราะจะมีนักท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ  ส่วนที่พักประเภทอื่นๆ และโฮสเตลสามารถหาได้แถวจัตุรัส กาฐมาณฑุ ดูร์บาร์และย่านธาเมลเพื่อความมั่นใจในบริการที่มีคุณภาพ ควรใช้บริการโรงแรม ห้องพัก บริษัททัวร์ และไกด์ที่ได้รับอนุญาตที่จดทะเบียนกับทางรัฐบาลเท่านั้นรวมทั้งควรจะทำการติดต่อไกด์หรือลูกหาบในการเดินเขาที่ถูกกฎหมายผ่านทางบริษัททัวร์หรือบริษัทเดินเขาที่ขึ้นทะเบียนกับรัฐบาลแล้ว